TrueID
TH
รีเซต
ผลการค้นหา “Love Upon a Time Series” - ทรูไอดี
ยอดนิยม
ดู
คลิปสั้น
เกม
สิทธิพิเศษ
อ่าน
ดู
Filing For Love
ทรูวิชั่นส์ • 10 ก.ค. 69
ดู
Tim
ทรูวิชั่นส์ • 21 ก.ค. 69
ดู
One Half of a Married Couple
ทรูวิชั่นส์ • 14 พ.ค. 69
ดู
MuTeLuv โปรดใช้วิจารณญาณในการรักเธอ
ทรูวิชั่นส์ • 25 ส.ค. 68
ดู
Operation Love
ทรูวิชั่นส์ • 14 พ.ค. 69
ดู
If I'd Kissed Her
ทรูวิชั่นส์ • 28 เม.ย. 69
ดู
His - I Didn't Think I Would Fall in Love
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
ดู
At Least On Sunday Night
ทรูวิชั่นส์ • 30 เม.ย. 69
ดู
A Maid From Heaven
ทรูวิชั่นส์ • 24 ก.ค. 69
ดู
The Wheel Of Time
ทรูวิชั่นส์ • 8 ก.ค. 69
อ่าน
เคมีในฝัน! ซอคังจุน-อันอึนจิน ประกบคู่กันในซีรีส์ใหม่ "A Love Other Than Yours" ประกาศออนแอร์กันยายนนี้
Prime Video เผยกำหนดสตรีมของซีรีส์โรแมนติกเรื่องใหม่อย่างA Love Other Than Yoursนำแสดงโดยสองนักแสดงมากฝีมือซอคังจุนและอันอึนจินร่วมด้วยอีจูอันและโจอารัมโดยมีกำหนดสตรีม วันที่12กันยายน2569เฉพาะที่Prime Videoในประเทศไทยและอีกมากกว่า240ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ซีรีส์จะพาผู้ชมสำรวจเส้นแบ่งอันเปราะบางระหว่าง ความคุ้นเคย และ ความปรารถนา พร้อมชวนค้นหาคำตอบว่า การที่คนสองคนยังเลือกอยู่เคียงข้างกันหลังจากผ่านไปสิบปีนั้น เป็นเพราะความรัก ความเคยชิน หรือเพียงเพื่อความอยู่รอดของความสัมพันธ์ A Love Other Than Yoursบอกเล่าเรื่องของ นัมกุงโฮ และ อีมีโด คู่รักที่คบหากันมายาวนานกว่า10ปี จากความรักที่เคยเร่าร้อน ค่อยๆ เติบโตกลายเป็นความผูกพันไว้ใจที่เรียบง่าย นัมกุงโฮ เป็นชายหนุ่มอัธยาศัยดีและมีอารมณ์ขัน พร้อมเสน่ห์ตามธรรมชาติที่เอาชนะใจคนได้ภายในไม่กี่นาที เขาคิดว่าการแต่งงานคือก้าวต่อไปของชีวิตคู่ ส่วนอีมีโด เป็นผู้กำกับภาพยนตร์ผู้ทุ่มเทให้กับงาน เธอกำลังเผชิญช่วงเวลาตกต่ำในเส้นทางอาชีพ และได้พบกับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ค่อยๆ เข้ามาทำให้หัวใจของเธอสั่นไหว ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอน พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญ ว่าควรเดินหน้าสู่ชีวิตแต่งงานด้วยกัน หรือเลือกเปิดใจให้กับความรักครั้งใหม่ ซอคังจุน(Undercover High School, Cheese in the Trap, Boyfriend on Demand, When the Weather Is Fine)รับบทนัมกุงโฮผู้ช่วยผู้จัดการอัธยาศัยดีแห่งบริษัทHunmin Snacksหลังผ่านเวลาสิบปีที่คบกับมีโด ผู้หญิงที่อยู่เคียงข้างเขาในทุกช่วงเวลาสำคัญของชีวิต นัมกุงโฮเชื่อมั่นว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่แข็งแกร่งพอที่จะก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปได้ แต่แล้วโลกของเขาก็เริ่มสั่นคลอนเมื่อมีโดไปตกหลุมรักผู้ชายอีกคนหนึ่งเข้า อันอึนจิน(Dynamite Kiss, My Dearest, The Good Bad Mother, Hospital Playlist)รับบทอีมีโดผู้กำกับภาพยนตร์ผู้เคยเป็นดาวรุ่งที่น่าจับตามองของวงการ ในวันที่ชีวิตกำลังถึงจุดต่ำสุด เธอได้พบกับชายคนหนึ่งที่เธอไม่ได้รู้สึกสนใจเขาเลยแม้แต่น้อยในตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับพบว่าหัวใจค่อยๆ หวั่นไหวไปกับเขา ความรู้สึกนี้ช่างน่าเหลือเชื่อ เพราะเธอมีความสัมพันธ์ที่มั่นคงกับกับนัมกุงโฮมาโดยตลอด อีจูอัน(Bon Apptit, Your Majesty, True Beauty)รับบทฮันแทซึงทนายความผู้ทะเยอทะยานแห่งสำนักงานกฎหมายแจคัง เขาเป็นเด็กกำพร้าที่ไม่มีสิ่งใดให้พึ่งพานอกจากสติปัญญาของตนเอง ฮันแทซึงจึงทุ่มเทชีวิตเป็นสุนัขรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ของหุ้นส่วนผู้จัดการแห่งแจคัง แต่เมื่อเขาเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเอง เขาก็ได้พบกับอีมีโด หญิงสาวที่มักทำให้เขาคาดไม่ถึงและปลุกความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอด โจอารัม(To the Moon, The Auditors)อดีตสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปGugudanรับบทพัคซูอาพนักงานบริษัทHunmin Snacksหลายคนมองว่าเธอเป็นคนเย็นชาและเข้าถึงยาก แต่ซูอาคิดว่าเธอแค่ไม่ใช่คนอบอุ่น และเลือกแสดงอารมณ์อย่างตรงไปตรงมาและมีประสิทธิภาพเท่านั้น ในฐานะลูกสาวของนักฟุตบอลชื่อดัง เธอเรียนรู้ที่จะรักษาระยะห่างกับผู้คนและเปิดเผยเฉพาะเรื่องจำเป็น ซีรีส์ความยาว14ตอนจากKBSเรื่องนี้ กำกับโดย ฮวังซึงกี (The Matchmakers, Into the Ring, Radio Romance)และ อีการัม เขียนบทโดย ยูซูจี (Somehow18) กำหนดสตรีมในวันที่ 12 กันยายน 2569 เฉพาะที่ Prime Video ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 5 วันที่แล้ว
ดู
อยากบอกล้านครั้งว่ารักเธอ
ทรูวิชั่นส์ • 7 ก.ค. 69
ดู
เพชรประกาย
ทรูวิชั่นส์ • 10 มี.ค. 69
อ่าน
"BOWKYLION" ส่งซิงเกิล "นาฬิกาทราย" ถ่ายทอดความสัมพันธ์ที่รอวันหมดเวลา
"BOWKYLION" หรือ "โบกี้ ณิชชาฎา วีระสุทธิมาศ" ศิลปินหญิงแห่งยุคจากค่ายเพลง What The Duck (วอท เดอะ ดัก) ดีกรีเจ้าของซิงเกิลไวรัลที่ทุกคนร้องตามกันได้ ไม่ว่าจะเป็น ลงใจ, บานปลาย, วาดไว้, วิงวอน, ที่คั่นหนังสือ และ ลามปาม รวมถึงในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เธอยังได้เซอร์ไพร์สแฟน ๆ ด้วยการประกาศจัด "KARAWA CONCERT" คอนเสิร์ตเดี่ยวครั้งที่ 2 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ซึ่งได้กระแสตอบรับดีเกินคาดจนบัตร Sold Out อย่างรวดเร็วภายในวันเดียว ไม่เพียงแต่พาร์ทของศิลปินเท่านั้น เธอยังได้รับโอกาสแสดงนำในภาพยนตร์เรื่อง "ข้างบ้าน" ที่กวาดรายได้ไปกว่า 100 ล้านบาท เป็นตัวตอกย้ำภาพความสำเร็จในอีกบทบาทที่แฟน ๆ คาดไม่ถึง อีกหนึ่งผลงานล่าสุดที่กระแสมาแรงตั้งแต่ปล่อยสปอยออกมา กับการร่วมแต่งและร้องเพลง "ดั่งใจฝัน (daydream)" เพลงประกอบซีรีส์บอยเลิฟแนวพีเรียดแฟนตาซีเรื่อง "ภพเธอ Love Upon a Time Series" จากค่าย DOMUNDI (ดูมันดิ) ที่มีการหยิบเอาคำร้องและดนตรีไทยมาประยุกต์เพิ่มเสน่ห์ในแบบใหม่ ๆ จนกลายเป็นอีกซิงเกิลไวรัลในช่วงที่ผ่านมา "BOWKYLION" ขอสานต่อกลิ่นอายความเป็นไทยกันต่อ ผ่านซิงเกิลใหม่อย่าง "นาฬิกาทราย (sign)" ซึ่งการันตีได้เลยว่าทุกผลงานที่ผ่านปลายปากกาของ "BOWKYLION" ล้วนสอดแทรกไปด้วยความหมาย และสำบัดสำนวนที่สละสลวย คงลายเส้นเฉพาะตัวที่ใครเห็นเป็นต้องจำได้ โดยในซิงเกิลนี้เธอได้หยิบเอา นาฬิกาทราย มาใช้เป็นสัญญะเพื่อพูดถึงความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ เดินทางมาถึงจุดจบ เป็นการนำเอาคุณสมบัติพิเศษของนาฬิกาทรายที่ต่างจากนาฬิกาทั่วไป เพราะเมื่อหมดเวลาก็สามารถพลิกด้าน แล้ววนกลับมาเริ่มต้นใหม่ได้อยู่เสมอ เปรียบเทียบกับในมุมมองความรัก ทุกครั้งที่ทรายกำลังจะไหลจนหมด เหมือนกับคนที่ใกล้จะหมดใจ แต่ก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ได้ทุกครั้ง "รักฉันเป็นดั่งนาฬิกาทราย ทุ่มเทเท่าไหร่ก็คงสลายไป" การให้อภัย ถูกนำมาใช้เป็นเกราะป้องกันตัวเองจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น และเป็นเครื่องมือเพื่อยื้อเวลาให้ความสัมพันธ์ยังคงดำเนินต่อไป แต่ปมในใจกลับไม่เคยได้รับการรักษาเลยสักครั้ง นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่นับถอยหลังไปเรื่อย ๆ จนสลายตัวลงในท้ายที่สุด สะท้อนว่าความรักที่พังทลายลง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่ค่อย ๆ ร่วงหล่นลงเหมือนกับเม็ดทรายที่สลายไปตามลม การจบความสัมพันธ์จึงไม่ใช่เพียงเพราะการหมดรัก แต่อาจเป็นทางรอดเดียวที่จะช่วยเยียวยาความรู้สึกที่เสียไปได้ สำหรับพาร์ทดนตรีถูกนำเสนอด้วยแนวป็อป พร้อมเพิ่มกลิ่นอายความเป็นไทยแบบร่วมสมัยขึ้นผ่านเมโลดี้ เรียกได้ว่าเป็นดนตรีแนวใหม่ ๆ ที่เธอยังไม่เคยทำ และเมื่อผสานเข้ากับภาษาสละสลวยตามกิมมิกเฉพาะตัว ทำให้ซิงเกิลนี้ส่งอารมณ์ได้อย่างลึกซึ้งขึ้นกว่าที่เคย ก่อนเพิ่มความอินขึ้นอีกสเต็ปผ่านมิวสิกวิดีโอที่ได้สาวมากเสน่ห์อย่าง "เจนิส เจณิสตา" มาร่วมถ่ายทอดความรักฉบับเกิร์ลเลิฟในเส้นเรื่องที่ชวนเรียกน้ำตา ถือเป็นอีกหนึ่งเคมีใหม่ ๆ ที่อยากชวนให้ทุกคนมาลองติดตาม สามารถฟังเพลงและรับชมมิวสิกวิดีโอ "นาฬิกาทราย (sign)" ได้แล้วที่นี่ และติดตามการเคลื่อนไหวของ "BOWKYLION" ได้ทาง https://www.facebook.com/whattheduckmusic และ https://www.instagram.com/bowkylion
ข่าวเพลงไทย • 8 ก.ค. 69
ดู
A Plan To Kill
ทรูวิชั่นส์ • 2 ก.ค. 69
ดู
Last Cinderella
ทรูวิชั่นส์ • 14 พ.ค. 69
อ่าน
"ละอองฟอง" เพิ่มดีกรีความหวานผ่านซิงเกิลใหม่ "ติดหวาน" ชวนตกหลุมรักคนเดิมได้ทุกวัน
ส่งความหวานให้แฟน ๆ ได้ฟังกันอีกแล้วสำหรับนักออกแบบดนตรีสีสวยอย่าง "La Ong Fong (ละอองฟอง)" สมาชิกประกอบด้วย "ออน กรกมล ชัยวัฒนเมธี (ร้องนำ), เอ๊ะ พงศ์จักร พิษฐานพร (เบส), แมน ตนุภพ โนทยานนท์ (กีตาร์)" จาก ค่ายเพลง สไปร์ซซี่ ดิสก์ ก่อนหน้านั้นได้ปล่อยซิงเกิลออกมาในฟีลเหงาก่อนจะเริ่มยิ้ม ๆ ไปกับชีวิตอย่าง "อันตรายไม่ถึงชีวิต" และ "Aspartame (แอสปาแตม)" ล่าสุดเพิ่มความหวานขึ้นไปอีกขั้นกับเพลง "ติดหวาน" ที่ถ่ายทอดมุมมองความรักของคนมีคู่ ซึ่งต้องหมั่นเติมความหวานในทุก ๆ วันให้ความรักนั้นไม่มีที่สิ้นสุด เหมือนการออดอ้อนให้อีกฝ่ายแสดงความรักมากกว่านี้อีกนิด บอกรักกันมากอีกหน่อย เรียกได้ว่าซิงเกิลนี้มาในคอนเซ็ปต์เพลงคลั่งรักขั้นสุดของละอองฟองอย่างเต็มรูปแบบ อีกทั้งซิงเกิลนี้เริ่มต้นพาร์ตดนตรีจากเสียงกีตาร์ของ "แมน" และทำนองจาก "เอ๊ะ" ผสานไปกับเนื้อร้องโดย "บอย ตรัย ภูมิรัตน" นอกจากนี้ยังได้ "B-rock" โปรดิวเซอร์มากฝีมือจากเกาหลี มาช่วยทำดนตรีและบีทของเพลงให้มีความป็อปและโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น ผสมผสานเข้ากับท่อนแร็ป ในคำภาษาเหนือ บวกกับเสียงจากเมาท์ออร์แกน ซึ่งมาช่วยสร้างสีสันและความแปลกใหม่ให้กับซิงเกิลนี้ได้เป็นอย่างดี ส่วนของมิวสิกวิดีโอตัวสุดท้ายนี้มาในบรรยากาศฤดูร้อนสุดอบอุ่น จะออกมาเป็นอย่างไร สามารถรับชมได้แล้วทาง YouTube : SPICYDISC รวมถึงฟังเพลงได้แล้วในทุกสตรีมมิง วง "ละอองฟอง" เผยว่า "สำหรับซิงเกิลที่ 3 นี้จุดเริ่มต้นของเพลง ติดหวาน เกิดขึ้นระหว่างตอนที่พวกเราเดินทางไปทำงานที่ญี่ปุ่นซึ่งกำลังขับรถไปส่งออนที่สนามบินนาริตะ ระหว่างทางนานกว่า 4 ชั่วโมง จนค่อย ๆ ฮัมดนตรี และทำนองขึ้นมา หลังจากนั้นชวนพี่บอย ตรัย มาช่วยแต่งเนื้อเพลงให้มีความกลมกล่อม ซึ่งเพลงนี้พูดในมุมของคนที่รักกัน และหมั่นเติมความหวานให้กันในทุกวันครับ ส่วนมิวสิกวิดิโอเพลงนี้เป็นเพลงที่ 3 ในซีรีส์ของฤดูกาลที่อยากถ่ายทอดความสุขให้กับทุกคน ขอฝากเพลงพวกเราไว้ด้วยครับ" สุดท้ายนี้ ชาวละอองแฟนสามารถฟังเพลง "ติดหวาน" ได้แล้วที่ทุกช่องทางสตรีมมิง รวมถึงรับชมมิวสิกวิดีโอได้ที่ YouTube Channel : Spicydisc ติดตามอัปเดตข่าวสารได้ที่ https://www.facebook.com/laongfongband และทาง www.facebook.com/Spicydiscrecord
ข่าวเพลงไทย • 21 ก.ค. 69
ดู
10 เช็คลิสต์หัวใจก่อนถึงวัย 40
ทรูวิชั่นส์ • 26 ก.ค. 68
อ่าน
"Sterling Point" ปล่อยตัวอย่างเต็ม ที่เปิดทางสู่กองมรดก ณ เกาะลึกลับที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้
Prime Videoเผยตัวอย่างอย่างเป็นทางการและภาพชุดใหม่จากSterling Pointซีรีส์แนวComing-of-ageที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและความรู้สึก โดยตัวอย่างซีรีส์มาพร้อมกับเพลง "Look at My Life"ซิงเกิลใหม่จากอัลบั้มชุดถัดไปของGracie Abramsที่มีชื่อว่าDaughter from Hellซึ่งมีกำหนดปล่อยในวันที่ 17 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ ซีรีส์Sterling Pointทั้ง 8 ตอน จะพร้อมสตรีมในวันที่ 5 สิงหาคม 2569 เฉพาะบนPrime Videoในมากกว่า 240 ประเทศและเขตแดนทั่วโลก ซีรีส์เล่าเรื่องราวของAnnie Jacobson (รับบทโดยElla Rubin)เด็กสาววัย 17 ปี ผู้เติบโตในนครนิวยอร์กพร้อมกับพี่น้องฝาแฝดของเธอ (รับบทโดยKeen Ruffalo)และพ่อบุญธรรมแสนอบอุ่น (รับบทโดยJay Duplass)แต่ชีวิตของAnnieกลับต้องเปลี่ยนไป เมื่อพบว่าคุณปู่ได้ทิ้งมรดกเป็นเกาะลึกลับในแคนาดาไว้ให้ และที่แห่งนั้น เธอจะได้พบกับมิตรภาพครั้งใหม่ ความรักที่กำลังก่อตัว และความลับในครอบครัวที่ไม่เคยถูกเปิดเผยมาก่อน นอกจากนี้Sterling Pointยังร่วมแสดงโดยนักแสดงอีกมากมาย อาทิAmlie Elisabeth Hoeferle (The Hunger Games: The Ballad Of Songbirds Snakes, Night Swim), Jacob Whiteduck-Lavoie (Billie Blue), Daniel Quinn-Toye (Sunny Dancer) Bo Bragason (Renegade Nell, The Radleys), Jeffrey Dean Morgan (The Walking Dead), Nikko Angelo Hinayo (Davey Jonesie's Locker), Mabel Strachan (The Ridge), Elle-Maija Tailfeathers (Three Pines)และMissi Pyle (Harlan Cobens Shelter) ซีรีส์เรื่องนี้ได้Megan Park (My Old Ass)มารับหน้าที่เป็นผู้กำกับ โชว์รันเนอร์ร่วม และผู้อำนวยการสร้าง ร่วมกับJosh SchwartzและStephanie Savageภายใต้บริษัทFake Empireพร้อมด้วยDani GorinและTom Ackerleyภายใต้บริษัทLuckyChap ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 11 ก.ค. 69
ดู
สูตรรักนี้...ต้องลองทำเอง
ทรูวิชั่นส์ • 30 มิ.ย. 69
ดู
อหังการ์ตามล่ากลางเวนิส
ทรูวิชั่นส์ • 18 มี.ค. 69
ดู
Let Me Love You With All My Heart
ทรูวิชั่นส์ • 30 มิ.ย. 69
อ่าน
12 สิ่งน่ารู้จากซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ภาคต้น Legally Blonde กับจุดกำเนิดทนายบลอนด์ดีในตำนาน!
"Elle บันทึกวัยทึน" เป็นซีรีส์ที่แตกยอดความสำเร็จมาจากเฟรนไชส์หนังเรื่องดังแห่งยุค 2000s อย่าง Legally Blonde ที่เป็นไอเดียตกผลึกมาจากตัวแม่ รีส วิเธอร์สปูน ผู้ที่รับบทนำแสดงในหนังต้นฉบับ อยากจะขยายโลกใบสดใสของแอล สาวน้อยที่หลงรักในสีชมพู ตีแผ่ออกมาเป็นห้วงเวลาการเติบโตในโรงเรียนไฮสคูลของแอล ออกมาเป็นซีรีส์จำนวน 8 ตอน ที่ระดมทีมสร้างชั้นนำ จากฝีมือผู้จัด "ลอรา คิตเทรล" และ "แคโรไลน์ ดรายส์" และนี่คือเกร็ดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่น่ารู้เกี่ยวกับซีรีส์เรื่องนี้ ซีรีส์ Elle เกิดขึ้นจากไอเดียของ Reese Witherspoon แม้ Legally Blonde จะเป็นแฟรนไชส์ที่ประสบความสำเร็จ แต่จุดเริ่มต้นของซีรีส์ ไม่ได้มาจากการอยากขยายจักรวาลของหนัง หากมาจากความรู้สึกของ Reese ว่า ยังมีพื้นที่สำหรับเรื่องราวที่นำเสนอตัวละครวัยรุ่นหญิงที่เป็นตัวของตัวเองและสร้างแรงบันดาลใจได้มากกว่านี้ จุดประสงค์ของซีรีส์ไม่ใช่การเล่าเรื่องวัยเด็กของ Elle แต่เพื่อตอบคำถามว่า "อะไรทำให้เธอกลายเป็น Elle Woods" แกนหลักของซีรีส์คือการค้นหาคำตอบว่า เด็กสาววัย 16 ปีคนนี้ ผ่านอะไรมา จึงเติบโตเป็นผู้หญิงที่มั่นใจ ไม่ยอมแพ้ และไม่เคยปล่อยให้ใครมาตัดสินคุณค่าของตัวเองอย่างที่เราเห็นในภาพยนตร์ แทนที่จะเลือกนักแสดงที่มีชื่อเสียง Reese Witherspoon ต้องการค้นพบ Elle คนใหม่ เธอจึงยืนยันให้เปิดออดิชันทั่วประเทศ และสุดท้าย Lexi Minetree ก็ได้รับเลือกจากผู้สมัครเกือบ 5,000 คน คลิปออดิชันของ Lexi มีลูกเล่นที่ทีมงานไม่ลืม เพราะในคลิปแนะนำตัว Lexi ไม่ได้แนะนำตัวแบบทั่วไป แต่เธอสร้างคลิปที่ได้แรงบันดาลใจจากวิดีโอสมัครเข้าฮาร์วาร์ดของ Elle ใน Legally Blonde เพราะหวังว่าหากทีมงานเปิดดูคลิปของเธอ อย่างน้อยก็จะหยุดดูต่อ และสุดท้ายวิธีนี้ก็ได้ผลจริงๆ Lexi Minetree ดู Legally Blonde มากกว่า 150 รอบ เพื่อฝึกน้ำเสียง การเดิน ภาษากาย และจังหวะการเคลื่อนไหวของ Elle พร้อมทำงานกับผู้ฝึกสอนด้านการใช้เสียง เพื่อสร้างพลังงานแบบ Elle Woods คำแนะนำเพียงข้อเดียว ที่ Reese ให้กับ Lexi นั่นคือ "Elle ไม่เคยใจร้ายกลับ" แม้จะถูกดูถูกหรือถูกทำร้าย Elle ก็ไม่เคยตอบโต้กลับแบบเดียวกัน นี่คือคุณค่าที่ Reese มองว่าเป็นแก่นแท้ของตัวละคร และเป็นสิ่งที่ Lexi ยึดถือในการแสดงทุกฉาก ทุกชื่อตอนของซีรีส์อ้างอิงจากบทพูดใน Legally Blonde นี่เป็นหนึ่งใน Easter Eggs ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่ไว้เพื่อแฟนภาพยนตร์ต้นฉบับ และยังสอดคล้องกับธีมของแต่ละตอนอีกด้วย ความสัมพันธ์แม่ลูกเป็นหนึ่งในหัวใจของซีรีส์ ซึ่งเป็นจุดที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นภาพยนตร์ เนื่องจากในภาพยนตร์ บทของพ่อและแม่ของ Elle มีไม่มากนัก แต่ในซีรีส์ได้ขยายบท Eva Woods แม่ของ Elle ให้เป็นผู้หญิงที่กำลังค้นหาตัวเองเช่นกัน ทั้ง Eva และ Elle ต่างเรียนรู้จากกันและกัน และทีมงานอยากเล่าเรื่องความสัมพันธ์แม่ลูกในมุมที่อบอุ่นและสนับสนุนกัน ทีมงานตั้งใจสร้าง Elle ให้มีคุณภาพด้านภาพเหมือนหนังที่ฉายในโรงภาพยนตร์มากกว่าซีรีส์ทั่วไป ทั้งการกำกับภาพ การจัดแสง และการถ่ายทำ เพื่อให้ยังคงความสวยงามของ Legally Blonde แต่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทีมออกแบบเสื้อผ้า ศึกษาแฟชั่นปี 1995 จริงๆ ทั้งแบรนด์และเทรนด์ในยุคนั้น เพื่อให้เสื้อผ้าทุกชุดไม่ได้แค่ "ดูยุค 90" แต่ผู้ชมต้องเชื่อว่าเด็กสาวคนนี้มีชีวิตอยู่ในปีนั้นจริงๆ สีผมของ Elle ไม่ใช่บลอนด์แบบปัจจุบัน ทีมออกแบบทรงผม เลือกใช้โทน Buttery Blonde หรือบลอนด์อมเหลือง เพราะในยุคนั้นเทคโนโลยีการทำสีผมยังไม่สามารถสร้างเฉดเบจหรือแอชแบบที่นิยมในปัจจุบันได้ และตัวจริงของ Lexi เป็นสาวผมสีน้ำตาลธรรมชาติ เธอจึงต้องย้อมผมและคอยเติมสีตลอดการถ่ายทำ และเป็นการใช้ผมจริงทั้งเรื่อง ไม่มีการใช้วิก ทีมงานตามหาโทรศัพท์ใสยุค 90 และของใช้จริงจากยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเล่นซีดี โทรศัพท์บ้าน และคอมพิวเตอร์ ของใช้ต่างๆ ถูกคัดเลือกจากของจริงหรือของที่ใกล้เคียงที่สุด 1 กรกฎาคมนี้ เตรียมไอเทมสีชมพูให้พร้อม แล้วมารอพบกับความสดใสของ Elle Woods จาก Legally Blonde ในซีรีส์ "Elle บันทึกวัยทีน" ที่ Prime Video เท่านั้น ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 30 มิ.ย. 69
อ่าน
"Toy Story 5" ทั้งซึ้ง เพลิน อบอุ่นหัวใจ พร้อมซ่อน เกร็ดความสนุก และ อีสเตอร์เอ้ก ไว้เพียบ!
Disney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ด้วยเสียงตอบรับจากผู้ชมทั่วโลกที่ต่างบอกว่าครบรส ทั้งซาบซึ้ง สนุก อบอุ่นหัวใจ และสมบูรณ์แบบในทุกมิติ จนหลายคนยกให้เป็นที่สุดของภาพยนตร์แอนิเมชันแห่งปี ที่ยังคงสร้างเสียงหัวเราะ รอยยิ้ม และความประทับใจได้ไม่ต่างจากวันแรกที่ทุกคนได้รู้จักWoodyและBuzz Lightyearซึ่งนอกจากเรื่องราวที่ชวนให้ทั้งหัวเราะและน้ำตาซึมแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้แฟน ๆ ต้องตีตั๋วกลับเข้าโรงภาพยนตร์ไปดูแบบซ้ำ ๆ คือการซ่อนรายละเอียดพิเศษเล็ก ๆ ไว้แทบทุกเฟรมทั้งFun FactsและEaster Eggsไม่ว่าจะเป็นการอ้างอิงถึงภาพยนตร์ภาคก่อน ๆ การคารวะทีมงานผู้สร้าง ไปจนถึงการแอบใบ้ผลงานเรื่องใหม่ของสตูดิโอ ชนิดที่ยิ่งดูซ้ำก็ยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลยสำหรับFun FactsในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5มีหลายจุด หลายฉาก ที่ทีมผู้สร้างตั้งใจใส่รายละเอียดซึ่งแฝงความหมาย รวมถึงเรื่องราวเบื้องหลังการทำงานที่ประทับใจทีมงานจนอยากบอกต่อ เช่น เสื้อคลุมปอนโชของWoodyเป็นการคารวะ (Homage)ต่อเครื่องแต่งกายของClint Eastwoodในภาพยนตร์คาวบอยเรื่องThe Good, the Bad and the Ugly หลังจากที่Conan O'Brienเสร็จสิ้นการบันทึกเสียงที่Pixarให้กับตัวละครSmarty Pantsของเล่นเทคโนโลยีฝึกการใช้ห้องน้ำในภาพยนตร์ เขาได้เซ็นลายเซ็นไว้บนผนังห้องน้ำแห่งหนึ่งในอาคารSteve Jobsภายในสตูดิโอ กล่องบรรจุของBuzz Lightyearยังคงใช้ดีไซน์เดียวกับที่ปรากฏครั้งแรกบนเตียงของAndyในภาพยนตร์Toy Story หมูเลี้ยงของBlazeเป็นหมูพันธุ์Berkshireซึ่งเป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดจากสหราชอาณาจักร ชื่อตัวละครJimmy Deanได้รับแรงบันดาลใจมาจากหมูของพี่ชายBob Pauleyโปรดักชันดีไซเนอร์ของภาพยนตร์ ซึ่งมีชื่อเดียวกัน เสื้อผ้าของBonnieเปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ของเธอ โดยเริ่มต้นเรื่องด้วยชุดหลายชั้นที่มีระบาย ก่อนจะค่อย ๆ เรียบง่ายขึ้นเรื่อย ๆ จนเหลือเพียงเสื้อสเวตเชิ้ต ซึ่งเปรียบเสมือนผ้าห่มที่มอบความอบอุ่นและปลอดภัยให้กับเธอ และเมื่อเรื่องราวจบลง เธอกลับมาสวมชุดหลายชั้นที่มีระบายอีกครั้งในเวอร์ชันที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ เพื่อสื่อว่าเธอได้ค้นพบตัวตนของตัวเองอีกครั้ง สไตล์การเล่นของBonnieและBlazeได้รับแรงบันดาลใจจากโทนสีพาสเทลดั้งเดิมที่สร้างขึ้นสำหรับToy Storyภาคแรก (ออกแบบโดยRalph Egglestonอาร์ตไดเรกเตอร์ผู้ล่วงลับของภาพยนตร์) ระหว่างการออกแบบเตียงของBonnieและBlazeทีมงานได้สร้างรูปแบบการวางและการจับจีบของผ้าห่มขึ้นมาประมาณ35แบบเพื่อรองรับฉากการใช้งานเตียงที่หลากหลาย ซึ่งเต็มไปด้วยความนุ่มฟูและอบอุ่นตลอดทั้งเรื่อง ภายในโรงนา (Barn)ของBlazeมีฟ่อนหญ้าจำนวนทั้งสิ้น25,304,146ชิ้น ม้าเพกาซัสของเล่นที่Buzzขี่ มีชื่อว่าBenito Blanco ผู้รับผิดชอบการออกแบบเส้นขนของม้าเพกาซัสของBuzzไว้ผมยาวสีชมพูในช่วงเวลาเดียวกับที่กำลังสร้างทรงผมสีชมพูแบบเดียวกันให้กับตัวละครม้าตัวนี้ ในฉากที่WoodyและBuzzทะยานขึ้นบินเพื่อหนีจากรถบรรทุกรับบริจาคของเล่น ดนตรีประกอบจะนำทำนองจากช่วงเวลาที่ทั้งคู่บินในToy Storyภาคแรกกลับมาใช้อีกครั้ง นอกจากนี้ ทีมแอนิเมชันยังออกแบบการเคลื่อนไหวของตัวละครให้เหมือนกับฉากต้นฉบับ เพื่อให้เป็นการจำลองฉากจากภาพยนตร์เรื่องแรก นอกจากนี้ในDisney and Pixars Toy Story 5ทอยสตอรี่5ยังซ่อนEaster Eggsเอาไว้อีกมากมาย อาทิ ในช่วงต้นของฉากHighway Robberyเมื่อของเล่นทั้งหมดหยุดนิ่งอยู่ริมถนน จะสามารถเห็นรถPizza Planetขับผ่านไปด้านหลัง ขณะที่รถบรรทุกรับบริจาคของเล่นกำลังวิ่งขึ้นทางด่วน ผู้ชมจะมองเห็นร้านPizza Planetอยู่ด้านหลังของฉาก นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตเห็นสถานที่จากภาพยนตร์Toy Storyภาคก่อน ๆ ได้อีก ได้แก่Poultry Palace,Sleepwell Motelและปั๊มน้ำมันDinocoที่มีรถPizza Planetกำลังเติมน้ำมันอยู่ (หากสังเกตให้ดี อาจเห็นของเล่นบางตัวกำลังเถียงกันอยู่ใต้รถด้วย) อพาร์ตเมนต์ของAlจากToy Story 2ปรากฏอยู่บนเส้นขอบฟ้าของเมือง ในฉากที่Jessieพยายามกลับไปยังบ้านของBonnieหลังจากเดินทางมาถึงฟาร์มของBlazeเป็นครั้งแรก รองเท้าบู๊ตของBlazeปักลายดอกแดฟโฟดิล เพื่อเป็นเกียรติให้กับม้าของเธอที่ชื่อDaffodil ชื่อBlazeเป็นการอ้างอิงถึงคำว่าblazesซึ่งหมายถึงลวดลายหรือบริเวณสีขาวบนใบหน้าของม้าบางตัว Eggmanคือชื่อแบรนด์ของอุปกรณ์เทคโนโลยีที่LilypadและSmarty Pantsใช้งาน โดยตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงRalph Egglestonโปรดักชันดีไซเนอร์ดั้งเดิมของToy Storyผู้ล่วงลับ ตัวละครKaraและChelseaซึ่งเป็นเพื่อนของBonnieได้รับการตั้งชื่อตามทีมงานCara BrodyและChelsea Waltonอย่างไรก็ตาม ชื่อCaraถูกเปลี่ยนการสะกดเป็นKaraเพื่อให้ในห้องแชตของBonnieมีตัวอักษรCและKแยกจากกัน แทนที่จะเป็นตัวCสองตัว ลูกชายBenและลูกสาวAudreyของAndrew Stantonเคยได้รับการระบุชื่อในเครดิตท้ายเรื่องToy Storyภาคแรก ภายใต้หัวข้อProduction Babies แอปโน้ตเพลงที่ปรากฏบนหน้าจอของLilypadแสดงโน้ตดนตรีที่ตรงกับทำนองของเพลงYou've Got a Friend in Me บนหน้าจอของLilypadมีเกมชื่อChicken Farmerซึ่งมีAl's Toy Barnและมาสคอตรูปไก่จากToy Story 2ปรากฏอยู่ นอกจากนี้ยังมีเกมชื่อPrance Prance Revolutionซึ่งเคยเป็นเกมอาร์เคดที่ปรากฏในภาพยนตร์Onward มีป้ายชื่อถนนKennas Wayซึ่งเป็นเซอร์ไพรส์สำหรับKenna Harrisผู้กำกับร่วมของภาพยนตร์ ส่วนถนนMartin Aveได้รับการตั้งชื่อตามหลานชายของผู้กำกับAndrew Stanton ในภาพยนตร์ทุกเวอร์ชันทั่วโลก แทนที่QR CodeของHi-Tech Edition Buzz Lightyearจะแสดงข้อความว่าStar Command Updateจะเปลี่ยนเป็นUPDT_1195-2INFTY_PLSโดยเลข1195หมายถึงเดือนพฤศจิกายน ปี1995ซึ่งเป็นช่วงที่Toy Storyภาคแรกเข้าฉาย ส่วนINFTYเป็นการอ้างอิงถึงวลีประจำตัวของBuzz Lightyearคือ"To infinity and beyond!" หนังสือที่คุณแม่กำลังอ่านให้ลูก ๆ ฟังภายในเต็นท์ ระหว่างฉากOperation Jessieคือเรื่องThe Velveteen RabbitผลงานของMargery Williamsซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกระต่ายของเล่นที่ได้รับความรักจากเด็กคนหนึ่งมากเสียจนกลายเป็นของจริง ชื่อร้านไอศกรีมที่Bonnieและคุณแม่ไปนั้น มีที่มาจากToy Storyภาคแรก โดยชื่อนี้เคยปรากฏอยู่บนลังไม้สีน้ำเงินภายในห้องของSidและรสชาติไอศกรีมทั้งหมดที่มีจำหน่ายในร้าน ยังเป็นรสโปรดของทีมงานฝ่ายศิลป์ของToy Story 5อีกด้วย เสื้อของคุณพ่อBonnieตัวหนึ่งมีการอ้างอิงถึงวงดนตรีสัญชาติแคนาดาRushซึ่งเป็นวงโปรดของผู้กำกับAndrew StantonและLaura Meyerกราฟิกอาร์ตไดเรกเตอร์ของภาพยนตร์ โลโก้บนไม้เทนนิสที่ปรากฏในช่วงPrologueใช้ดีไซน์เดียวกับโลโก้ของPixar RenderMan ภายในห้องทำงานของคุณพ่อBlazeมีการซ่อนกาน้ำชาMrs. Nesbitt RenderManซึ่งเป็นของที่ระลึกจากงานSIGGRAPH 2019ที่ผลิตขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเข้าฉายของToy Story 4 หมายเลขA113อ้างอิงถึงห้องเรียนแห่งหนึ่งของCalArtsที่ผู้สร้างภาพยนตร์ของPixarหลายคนเคยศึกษาอยู่ รวมถึงPete DocterและAndrew StantonโดยหมายเลขA113จะปรากฏอยู่ในภาพยนตร์Pixarทุกเรื่อง สำหรับToy Story 5หมายเลขนี้ปรากฏในฐานะแบรนด์ของกระดาษภาพถ่าย ซึ่งสามารถเห็นได้ที่ด้านหลังของรูปถ่ายEmilyที่โตเป็นผู้ใหญ่พร้อมลูกสาวของเธอ ในฉากBuried Treasure โค้ดที่ปรากฏบนหน้าจอขณะHi-Tech Edition Buzz LightyearกำลังติดตามภาพของJessieจะลงท้ายด้วยหมายเลขIP139.104.180.97ซึ่งเชื่อมโยงไปยังforthebirds.pixar.comเพื่อเป็นการรำลึกถึงRalph Egglestonนอกจากนี้ เลข97ยังเป็นปีที่Ralphเริ่มทำงานกับPixarอีกด้วย มีEaster Eggจากภาพยนตร์เรื่องGattoซึ่งเป็นผลงานเรื่องต่อไปของPixarที่มีกำหนดเข้าฉายวันที่5มีนาคม2027จำนวน2จุด ได้แก่ มีเกมชื่อPigeon Piazzaปรากฏอยู่บนหน้าจอของLilypadระหว่างที่เธอกำลังเลื่อนดูแอปพลิเคชันต่าง ๆ มีกระป๋องลูกอมยี่ห้อSaverioวางอยู่บนโต๊ะของBlazeในช่วงท้ายของภาพยนตร์ ขณะที่Tech Trioกำลังดูภาพถ่ายงานแต่งงานบนแล็ปท็อป เรียกว่าทุกฉากถูกสร้างขึ้นอย่างตั้งใจ แฝงไปด้วยรายละเอียดและเรื่องราวพิเศษซึ่งรอให้ผู้ชมค้นพบด้วยตัวเองบนจอภาพยนตร์ ใครยังไม่ได้ดูเตรียมเช็กลิสต์ไปเก็บรายละเอียดกันได้เลย ส่วนใครดูแล้วพลาดฉากไหนไปโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้ตีตั๋วไปดูซ้ำ เพราะยิ่งดูซ้ำจะยิ่งค้นพบสิ่งใหม่ ๆ อย่าพลาด ไปร่วมตามหาFun FactsและEaster Eggsเหล่านี้ด้วยกันในDisney and Pixar's Toy Story 5ทอยสตอรี่5ฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
หนังต่างประเทศ • 4 ก.ค. 69
ดู
Lovers Blades
ทรูวิชั่นส์ • 30 มิ.ย. 69
ดู
นางทาสหัวทอง
ทรูวิชั่นส์ • 20 พ.ค. 69
อ่าน
ถานเจี้ยนซื่อ ควงคู่ หวังฉู่หรัน เสิร์ฟเคมีชวนตกหลุมรักใน "Love Has Fireworks เมื่อรักส่องประกาย"
WeTVแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิงที่รวมสุดยอดความบันเทิงคุณภาพแห่งเอเชีย ชวนแฟน ๆ เติมรอยยิ้มไปกับซีรีส์โรแมนติก-คอเมดี้เรื่องเมื่อรักส่องประกาย (Love Has Fireworks)กับการโคจรมาพบกันเป็นครั้งแรกของสองนักแสดงแถวหน้าจากแดนมังกรถานเจี้ยนซื่อและหวังฉู่หรันถ่ายทอดเรื่องราวความรักของหนุ่มนักการเงินและสาวออฟฟิศที่เริ่มต้นจากการเป็นคู่กัด ก่อนเปลี่ยนเป็นความผูกพันและความรักที่อบอุ่นหัวใจ ด้วยเคมีที่เข้ากันอย่างลงตัว จนได้รับเสียงชื่นชมจากแฟน ๆ และกลายเป็นอีกหนึ่งซีรีส์โรแมนติก-คอเมดี้ที่ไม่ควรพลาดแห่งปี เมื่อรักส่องประกาย (Love Has Fireworks) ถ่ายทอดเรื่องราวของหลี่อี้เฟย (รับบทโดย ถานเจี้ยนซื่อ)นักการเงินหนุ่มผู้ล้มเหลวจากการลงทุน และเฉียนเฟย (รับบทโดย หวังฉู่หรัน)สาวออฟฟิศที่ต้องเผชิญทั้งปัญหาความรักและการตกงาน เพื่อแบ่งเบาภาระค่าผ่อนบ้าน เธอจึงตัดสินใจเปิดรับผู้เช่า ก่อนโชคชะตาจะนำพาให้ทั้งสองมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน จากการเป็นเจ้าของบ้านสาวสายแกร่งและผู้เช่าหนุ่มปากแข็ง ความต่างของทั้งคู่ก่อให้เกิดการปะทะคารมและเหตุการณ์ชุลมุนไม่เว้นแต่ละวัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความใกล้ชิดกลับทำให้พวกเขาเริ่มเปิดใจ เรียนรู้ เข้าใจ และมองเห็นคุณค่าในตัวกันและกัน จากคนที่ต่างไม่ยอมกัน ค่อย ๆ พัฒนาเป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความรัก ความหวัง และการเติบโตเคียงข้างกัน นอกจากเคมีชวนฟินของ ถานเจี้ยนซื่อ และ หวังฉู่หรัน แล้ว ซีรีส์ยังอัดแน่นด้วยทีมนักแสดงคุณภาพ ได้แก่ หลี่ซินเจ๋อ,เจียงเพ่ยเหยา,เจิ้งซุ่ยจิง,หลิวรุ่ยหลิน และนักแสดงอีกมากมาย ที่จะมาร่วมเติมเต็มเรื่องราวให้ทั้งสนุก อบอุ่น และชวนติดตามในทุกตอน ร่วมลุ้นว่าความสัมพันธ์ของคู่กัดคู่นี้จะลงเอยอย่างไรในซีรีส์เมื่อรักส่องประกาย (Love Has Fireworks)รับชมได้ทุกวัน เวลา20:30น. ที่WeTVและเตรียมพบกับเวอร์ชันพากย์ไทยเร็ว ๆ นี้! ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 27 มิ.ย. 69
อ่าน
รักบนลานไอซ์มาอีกเรื่อง "Icebreaker" นิยายดังของ แฮนนาห์ เกรซ เตรียมสร้างเป็นฉบับซีรีส์ขึ้นจอ
ดูเหมือนว่าเทรนด์วงการซีรีส์ช่วงนี้เกี่ยวกับลานไอซ์สเก็ตหรือไอซ์ฮอกกี้จะมาแรงทีเดียว เพราะหลังจากความร้อนแรงเกินต้านของ Heated Rivalry ต่อเนื่องมาถึงรักวัยร้อนเร่าใน Off Campus และล่าสุดเรากำลังจะเผชิญหน้ากับโรแมนซ์บนความหนาวเย็นระลอกใหม่กับ "Icebreaker" ที่คอนเฟิร์มแล้วว่า เน็ตฟลิกซ์ได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์นิยายดังต้นฉบับ เตรียมมาพัฒนาสร้างเป็นเวอร์ชันซีรีส์ฉบับคนแสดง ออกมาให้แฟน ๆ ได้ฟินกันถ้วนหน้า Deadline รายงานว่า เน็ตฟลิกซ์ได้ทำการซื้อลิขสิทธิ์นิยายชุดดังของนักเขียนสาว "แฮนนาห์ เกรซ" โดย Icebreaker เป็นนิยายเล่มแรกจากไตรภาค Maple Hills ของนิยายชุดนี้ ที่ติดชาร์ตหนังสือขายดีของ New York Times ต่อเนื่องยาวนานถึง 70 สัปดาห์ โดยที่มีชื่อ "อเล็กซ์ คูเปอร์" ผู้จัดและนักจัดรายการพอดคาสต์ชื่อดัง อยู่เบื้องหลังในการผลักดันให้เกิดเป็นซีรีส์เรื่องนี้ พร้อมกับวางตัว "อแมนด้า แลเชอร์" (จาก Gossip Girl) รับหน้าที่เป็นผู้จัดซีรีส์เรื่องดังกล่่าว "เจด บาร์ตเล็ตต์" (จาก Miller's Girl) รับหน้าที่เขียนบทหนังร่วมกับอแมนด้าด้วย Icebreaker จะเป็นเรื่องราวของ อนาสตาเซีย อัลเลน นักสเก็ตสาวลีลาดีที่มุ่งมั่นคว้าเหรียญทองโอลิมปิกให้จงได้ เธอได้รับทุนเรียนต่อที่เมเปิลฮิลส์ และเข้าร่วมทีมไอซ์สเก็ตสุดแกร่งของมหาวิทยาลัย ไม่มีอะไรมาขวางกั้นความฝันเธอ แม้แต่กัปตันทีมฮอกกี้สุดฮอต เนต ฮอว์กินส์ หนุ่มที่มุ่งมั่นอย่างหนักในการผลักดันทีมของเขาให้ไปสู่เส้นทางความสำเร็จ กระทั่งพวกทั้งคู่ได้ถูกบบีบบังคับให้ต้องแบ่งกันใช้ลานสเก็ตเดียวกันชั่วคราว แรงสปาร์คกันเปรี้ยงปร้างระหว่างพวกเขาได้จุติขึ้น และความรู้สึกของทั้งคู่ไม่อาจจะปฏิเสธความจริงได้ พวกเขาจึงได้รับบททดสอบที่สำคัญระหว่างความทะเยอทะยานในความฝันหรือยอมจำนนให้กับแรงดึงดูดทางใจ เบื้องต้นยังไม่มีรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับทีมนักแสดงในซีรีส์ Icebreaker เนื่องจากเพิ่งอยู่ในขั้นตอนการเตรียมงานสร้างอยู่ แต่คาดว่าซีรีส์น่าจะใช้บริการนักแสดงวัยรุ่นหน้าใหม่ ที่ยังมีประสบการณ์ในวงการไม่เยอะนัก มารับบทแสดงนำ เพื่อจะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้แจ้งเกิดจากผลงานการแจ้งเรื่องนี้ เหมือนกับซีรีส์แนว ๆ นี้ที่เปรี้ยงปังได้แทบทุกเรื่อง แฟน ๆ ซีรีส์ร้อนรักแบบลานสเก็ตนับวันรอดูกันได้เลย ------------------------------------- ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย https://bit.ly/3xEgdAa
ซีรีส์ต่างประเทศ • 16 มิ.ย. 69
ดู
I Still Want to Do It with My Wife
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
ดู
Ossan's Love
ทรูวิชั่นส์ • 25 มี.ค. 69
ดูเพิ่มเติม